บทความเกี่ยวกับนพลักษณ์



ผู้ใฝ่สำเร็จ VS ผู้ปกป้อง
-------------------------------------------------------------------------


ในห้วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ชื่อบุคคลที่ได้ยินมากที่สุดในแวดวงการสื่อสารทางการเมือง ระหว่างกลุ่มที่เชื่อต่างขั้ว 'ทักษิณ - สนธิ' กลายเป็นที่ ติดปากสนทนาในระดับประเทศ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : มีความพยายามหาข้อมูลที่ต่างฝ่ายต่างนำมาใช้อ้างอิงในการวิพากษ์วิจารณ์ โต้ตอบระหว่างกัน
                                 รวมทั้งเรื่องข้อกล่าวหาในบุคลิกอันเบี่ยงเบนของผู้นำ วาจาสิทธิ์ ลอเสรีวานิช อาสาวิเคราะห์

               'ผู้ใฝ่สำเร็จ' และ 'ผู้ปกป้อง' เป็นฉายาของบุคลิกภาพ 2 แบบตามความรู้เอ็นเนียแกรม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่แม้แต่องค์กรทรงอิทธิพลอย่างซีไอเอยังใช้ในการอ่านและประเมินบุคลิกภาพของผู้นำของประเทศต่างๆ นอกจาก 2 ฉายานี้แล้ว เอ็นเนียแกรมยังมีอีก 7 ฉายา รวมทั้งหมดเป็นบุคลิกภาพของคน 9 แบบใหญ่ๆ
               มาดูกันว่าเอ็นเนียแกรมบรรยายถึงลักษณะนิสัยของ 'ผู้ใฝ่สำเร็จ' และ 'ผู้ปกป้อง' อย่างไรบ้าง ทั้งในด้านที่ดีสุดและร้ายสุด บุคลิกแบบ 'ผู้ใฝ่สำเร็จ'
               ผู้ใฝ่สำเร็จ เมื่อพัฒนาตนเองไปได้ขั้นสูงสุด อาจมีลักษณะดังนี้ คือ มีพลัง มีประสิทธิภาพ มองโลกในแง่ดี ขยันหมั่นเพียร ผลักดันตัวเอง เป็นนักปฏิบัติ มีความรับผิดชอบ ไม่หวงอำนาจ และมีความสามารถ ในทางตรงข้าม เมื่ออยู่ในขั้นที่เลวร้ายที่สุด อาจมีลักษณะเช่น เอาตัวเองเป็นใหญ่ ชอบโอ้อวด หลงลำพอง ฉาบฉวย ผูกพยาบาท ชอบช่วงชิงแข่งขันอย่างมาก หลอกลวง ชอบตอบโต้ และเป็นนักฉวยโอกาส
               ลองนึกถึงคุณทักษิณของเรานะครับว่า มีอะไรเป็นจุดเด่นและตรงกับข้างต้นบ้าง ถ้านึกไม่ออก ลองคิดทบทวนวาทะของคุณทักษิณที่เราเคยได้ยินอย่างเช่น “ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ” “โจรกระจอก” “ยุบสภา ลาออก รอชาติหน้า” “จังหวัดไหน เลือกไทยรักไทย จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ” “ไม่ใช่ถึงเวลา แล้วก็มีคนไปนั่งเห่าแถวสวนลุมฯ” “ผมเสียภาษีเยอะกว่าพวกมันรวมกันทั้งประเทศอีก” เป็นต้น
               อย่างไรก็ตาม คนที่มีบุคลิกแบบผู้ใฝ่สำเร็จก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมือนคุณทักษิณทั้งหมด เชื่อกันว่า บุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีบุคลิกแบบนี้ได้แก่ ทอม ครูซ, เดมี่ มัวร์, เฮนรี่ คิสซิงเจอร์, แอนโทนี่ ร็อบบินส์, โอเจ ซิมสัน, วาเนสซา วิลเลียมส์, ไทเกอร์ วู้ด สการ์เล็ต โอฮารา นางเอกในเรื่อง Gone with the wind และวัฒนธรรมแบบอเมริกัน เป็นต้นบุคลิกแบบ 'ผู้ปกป้อง'
               ผู้ปกป้อง เมื่อพัฒนาตนเองไปได้สูงสุด อาจมีลักษณะดังนี้ คือ มั่นใจในตนเอง มีพลัง พูดความจริง ตัดสินใจเฉียบขาด ตรงไปตรงมา ซื่อตรง ปกป้องคนอื่น ใจกว้าง ให้กำลังใจผู้อื่น แต่เมื่ออยู่ขั้นที่เลวร้ายสุดๆ อาจมีลักษณะเช่น ขาดความละเอียดอ่อน ชอบครอบงำผู้อื่น เอาตัวเองเป็นใหญ่ ก้าวร้าวจนเกินไป เรียกร้องต้องการ หยิ่งยะโส ชอบต่อสู้ถกเถียง หวงแหนครอบครอง ไม่ประนีประนอม
               ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างคำพูดของคุณสนธิในช่วงที่ผ่านมา “ขอประกาศต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราช ว่าถ้าจะตาย ตนขอตายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ 1 วัน เพื่อว่าตนจะได้ไปถามตอนที่นายกฯ นอนพะงาบปากก่อนตายว่า 1 บาท ก็เอาไปไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นของคนไทย ไม่ใช่ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง”
               “มีคนไม่พอใจการกระทำของนายกฯ คนนี้ และครอบครัวพวกเขามาก แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นสู้ มีบ้างที่ลุกขึ้นสู้ แต่โดนกดดันเล็กๆ น้อยๆ ก็หนีหมด ไม่ว่าจะเป็นธีรยุทธ บุญมี ไม่ว่าจะเป็น อ.เจิมศักดิ์ หรือใครก็ตาม เผอิญผมลุกขึ้นสู้แล้วผมไม่กลัว เพราะผมรู้ว่าที่ผมลุกขึ้นสู้นั้น สงครามมันจะยาวนานและผมต้องบาดเจ็บแน่นอน ผมต้องทน”
               “อีก 2-3 ปีก็ได้ ถ้าผมไปรับตำแหน่งอะไร คุณเจอหน้าผมที่ไหน คุณถอดรองเท้าแล้วเอาตบหน้าผมได้เลย ประชาชนคนไหนเห็นผมไปรับตำแหน่งอะไรกับรัฐบาลชุดใหม่ เจอหน้าผม ผมให้ถุยน้ำลายใส่หน้าผมได้เลย”
               เช่นเดียวกัน คำพูดข้างต้นอาจจะไม่ได้สะท้อนบุคลิกแบบผู้ปกป้องได้หมด และคนที่มีบุคลิกแบบ “ผู้ปกป้อง” ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนคุณสนธิทุกอย่าง ตัวอย่างของคนที่มีบุคลิกแบบเดียวกันนี้ได้แก่ ไมเคิล ดักลาส, ซัดดัม ฮุสเซ็น, ฟิเดล คาสโตร, เหมา เจ๋อ ตุง, เฮมมิงเวย์, แฟรงค์ ซินาตรา, โดนัลด์ ทรัมพ์ เป็นต้นไม่ใช่เทพไม่ใช่มาร ไม่เกี่ยวกับดีหรือชั่ว
               เอ็นเนียแกรมไม่ได้บอกว่าใครดีหรือไม่ดี แต่พอจะชี้ให้เห็นแบบแผนได้ว่า คนทั้ง 9 แบบนั้นเมื่อมีพัฒนาการที่ดีแล้วนั้น จะมีแนวโน้มไปในทางใด หรือเมื่อมีพัฒนาการในระดับต่ำนั้นอาจเป็นอย่างไร พูดได้ว่าคนทุกแบบมีโอกาสที่จะเป็นศาสดา และก็มีสิทธิที่จะเป็นอาชญากรโรคจิตได้เท่าเทียมกัน
               เช่นเดียวกัน บทความนี้ไม่ได้ต้องการบอกว่า คุณทักษิณหรือคุณสนธิ ใครถูกใครผิด ใครดีใครไม่ดี หากแต่ต้องการอธิบายปรากฏการณ์นี้ในแง่มุมของความขัดแย้งทางบุคลิกภาพมากกว่า สำคัญที่แรงจูงใจ
               ที่จริงแล้ว หัวใจของเอ็นเนียแกรมนี้คือการอธิบายพฤติกรรมของคนโดยดูที่แรงจูงใจจากภายในเป็นหลัก แรงจูงใจของผู้ใฝ่สำเร็จคือ ต้องการเป็นที่ยอมรับนับถือ ประสบความสำเร็จ สร้างผลงาน และทำให้เกิดประสิทธิภาพ แรงจูงใจนี้เองเป็นที่มาของพฤติกรรมที่สำคัญๆ ใช่หรือไม่ว่า ทุกอย่างที่คุณทักษิณพยายามทำมานั้นก็เพื่อต้องการเป็นที่ยอมรับนับถือ และให้คนอื่นมองว่า เขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนนับถือเงินตราเป็นพระเจ้า เข้าศูนย์การค้าแทนโบสถ์ และก็ไม่สนใจว่าจะได้เงินมาอย่างไร ใช่หรือไม่ว่า ใครมีเงินมากที่สุด ใครไต่บันไดชนชั้นทางสังคมไปได้สูงที่สุด ก็ย่อมเป็นที่ยอมรับนับถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วย
               แรงจูงใจสำคัญของผู้ปกป้อง คือ ต้องการเป็นคนที่เข้มแข็ง ไม่ต้องตกอยู่ใต้อาณัติหรือต้องพึ่งพาใคร การที่คุณสนธิกล้าออกมาเดินหน้าชนกับคุณทักษิณซึ่งมีทุกอย่างในมือ ไม่ว่าจะเป็นเงิน อำนาจ สื่อ คน ฯลฯ ด้วยเดิมพันชีวิตอย่างที่เขาบอกว่า “ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง” ใช่หรือไม่ว่า เกิดจากการที่เขาไม่ต้องการมีชีวิตอย่างผู้ยอมจำนนต่อระบอบทักษิณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปล่อยให้ระบอบนี้ยึดกุมประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์จึงเป็นที่มาของไฟลต์บังคับ
               เมื่อผู้ใฝ่สำเร็จมีความมุ่งมั่นเกินขนาดจนอาจเป็นภัยต่อการไม่ต้องการตกอยู่ใต้อาณัติใครของผู้ปกป้อง จึงเป็นที่มาของการลุกขึ้นสู้เหมือนไม่กลัวตายของฝ่ายหลัง นั่นคือการปะทะกันในระดับลึก เมื่อย้อนกลับขึ้นดูส่วนที่เป็นลักษณะของบุคลิกที่ขัดแย้งกันของคน 2 แบบนี้ การชอบโอ้อวด ความฉาบฉวย การหลอกลวง และการเป็นนักฉวยโอกาสของผู้ใฝ่สำเร็จนั้น เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการพูดความจริง ความซื่อตรง และความตรงไปตรงมาของผู้ปกป้อง ส่วนความก้าวร้าว การชอบต่อสู้และการไม่ประนีประนอมของผู้ปกป้องนั้น ในด้านหนึ่งเป็นพลังเชิงบวกที่ผลักดันในเกิดปรากฏการณ์สนธิ อีกด้านหนึ่งก็เป็นความรู้สึกในทางลบของผู้คนจำนวนหนึ่งที่มีต่อเขาเช่นกัน นอกจากนี้ ลักษณะเชิงบวกของผู้ใฝ่สำเร็จ เช่น การมีประสิทธิภาพ ความขยัน การผลักดันตัวเองและการมีความสามารถ ก็ยังอาจเป็นสิ่งที่อยู่ในความรู้สึกคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่มีต่อคุณทักษิณ
               ทั้งผู้ใฝ่สำเร็จและผู้ปกป้องเป็นคนที่มีพลังมากเหมือนกัน แต่พลังของฝ่ายแรกจะถูกใช้ไปในการผลักดันตัวเองเพื่อสร้างการยอมรับ ส่วนฝ่ายหลังจะใช้ไปในการต่อสู้หรือการปกป้องมากกว่า ความแตกต่างของพลังของคุณทักษิณและคุณสนธินั้นเห็นได้ชัดเจนบนเวทีปราศรัย ไม่ว่าจะในคำพูดหรือในภาษากายที่แสดงออกมา
               ด้วยแรงจูงใจและลักษณะทางบุคลิกภาพที่ขัดแย้งกันดังกล่าว เมื่อรวมกับเงื่อนไขและเป้าหมายของคนทั้งคู่นี้แล้ว การต่อสู้ระหว่างคุณทักษิณและคุณสนธิจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จุดยืน วิจารณญาณและการเข้าถึงข้อมูลของเรา จะเป็นตัวบอกว่า เราจะมองการไขว่คว้าความสำเร็จของคุณทักษิณนั้นว่าเป็นไปเพื่อใคร - ตัวเอง ครอบครัว พวกพ้อง คนระดับรากหญ้า สังคมหรือประเทศชาติโดยรวม การต่อสู้ของคุณสนธินั้นเป็นไปเพื่อปกป้องใคร ตัวเอง ธุรกิจ การแก้แค้น ผลประโยชน์ส่วนตัว ความจริง ความถูกต้อง ความเป็นธรรม เสรีภาพของสื่อมวลชน สังคม หรือคนรุ่นหลังอย่างที่เขาบอกยกสุดท้าย ผู้ชนะคือ....
               ที่จริงแล้ว จุดมุ่งหมายสำคัญของเอ็นเนียแกรมนั้นอยู่ที่การหันกลับมาทำความเข้าใจตนเองเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อลดทุกข์ให้น้อยลง ความรู้นี้ทำให้เราเข้าใจถึงแรงจูงใจลึกๆ ซึ่งทำให้เราดำเนินชีวิตเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ทำสิ่งต่างๆ อย่างอัตโนมัติ ผู้ใฝ่สำเร็จที่ไม่ได้รู้ถึงแรงจูงใจลึกๆ ของตนเองก็จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งล้มเหลว คงเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนว่า คุณทักษิณซึ่งมีเงินนับแสนล้านบาทในวันนี้ เป็นคนไทยที่ประสบความสำเร็จทางโลกอย่างที่ไม่มีใครทำได้ แต่คำถามแรกที่เราน่าจะใคร่ครวญคือ คนรวยที่สุดในประเทศอย่างนั้น เป็นคนที่มีความสุขที่สุดในประเทศด้วยหรือไม่
               คำถามที่สองคือ แล้วคุณล่ะ แตกต่างจากคุณทักษิณอย่างไร ใช่หรือไม่ว่า ยิ่งคุณพยายามทำสิ่งต่างๆ ที่คิดว่าจะนำมาซึ่งความสุขในชีวิต สิ่งนั้นยิ่งนำคุณห่างไกลออกไปจากสิ่งที่คุณคาดหวังมากขึ้นทุกทีจนกว่าเราจะรู้ถึงแรงจูงใจลึกๆ และกรอบความคิดซึ่งเป็นที่มาของแรงจูงใจนั้น และจนกว่าเราจะปรับเปลี่ยนกรอบความคิดและการกระทำของเราให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเท่านั้น เราจึงจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีสติ เติมเต็ม และไม่หลงทาง

ENNEAGRAM หรือ นพลักษณ์คืออะไร


               คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงบุคลิก ความนึกคิด การแสดงออกของคนเรา โดยจัดแบ่งคนออกเป็น 9 ประเภท หรือ 9 ลักษณ์ (Type) เพื่อให้ง่ายต่อการรู้จักตนเองและเข้าใจผู้อื่น โดยคนในแต่ละลักษณ์จะมีความใส่ใจและแรงจูงใจในชีวิตแตกต่างกันไป ศาสตร์นี้เริ่มต้นในทวีปเอเชีย 1,000 กว่าปีมาแล้วและมาได้รับการพัฒนาให้รู้จักกันกว้างขวางและร่วมสมัยยิ่งขึ้นโดยนักจิตวิทยาชาวตะวันตก จนกระทั่งแพร่หลายเข้าสู่แวดวงธุรกิจ องค์กรหน่วยงาน เป็นต้น สามารถนำไปใช้ในการบริหารคน ให้คำปรึกษา ส่งเสริมศักยภาพ และการสร้างความเข้าใจในครอบครัว เพื่อน คนรัก และที่ทำงาน รายละเอียดของลักษณ์ทั้ง 9 มีดังนี้
               ลักษณ์ 1 คนสมบูรณ์แบบ (The Perfectionist) - ต้องการปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ มีมาตรฐาน เป็นคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ ทำงานหนัก มีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบสูง
               ลักษณ์ 2 ผู้ให้ (The Giver) - ต้องการเป็นคนมีคุณค่า เป็นที่รักของคนอื่น ไวต่อความต้องการของผู้อื่น ภาคภูมิใจในการเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ ชอบเป็นศูนย์กลางของทุกๆ อย่าง
               ลักษณ์ 3 นักแสดง (The Performer) - สร้างผลงานและความสำเร็จเพื่อให้เป็นที่รัก ชอบแข่งขัน ยึดติดกับภาพลักษณ์ของผู้ชนะ บ้างาน ชอบทำงานแข่งกับเวลา ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย
               ลักษณ์ 4 คนโศกซึ้ง (The Tragic Romantic) - ต้องการที่จะเข้าใจความรู้สึกตนเอง แสวงหาความหมายของชีวิต หลีกเลี่ยงความสามัญธรรมดา มีบุคลิกแบบศิลปิน ดำดิ่งในอารมณ์
               ลักษณ์ 5 นักสังเกตการณ์ (The Observer) - ต้องการที่จะรู้หรือเข้าใจในสิ่งต่างๆ ต้องการพึ่งตนเอง รักษาระยะห่างทางอารมณ์กับคนอื่น ปกป้องความเป็นส่วนตัว ชอบสะสม ชอบอยู่คนเดียว ใช้ความคิด/ทำสิ่งที่สนใจ
               ลักษณ์ 6 นักปุจฉา (The Questioner) - ต้องการความมั่นคงปลอดภัย ขี้กลัว ขี้สงสัย ถนัดในการมองทางแง่ร้ายเพื่อหาทางป้องกัน มีความรอบคอบ เห็นใจฝ่ายที่เสียเปรียบ ต่อต้านอำนาจ
               ลักษณ์ 7 นักลิ้มชิมรส (The Epicure) - ชอบผจญภัย สนใจประสบการณ์ใหม่ๆ และความตื่นเต้น มองโลกในแง่บวก ต้องการทางเลือกมากๆ หลีกเลี่ยงข้อจำกัด มีแผนการมากมายที่ยังไม่ได้ลงมือทำ
               ลักษณ์ 8 เจ้านาย (The Boss) - ต้องการที่จะปกป้องคุ้มครองผู้อ่อนแอ ยืนหยัดเพื่อตนเองและเพื่อน ชอบต่อสู้ แสดงอำนาจและความโกรธอย่างเปิดเผย ทำอะไรแบบสุดๆ เต็มที่ ขวานผ่าซาก
               ลักษณ์ 9 นักไกล่เกลี่ย (The Mediator) - มักเห็นด้วยกับทุกมุมมอง ให้ความสำคัญกับความต้องการของคนอื่น จนละเลยความต้องการของตนเอง ชอบความราบรื่น หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง



  หมายเหตุ : จากหนังสือ เอ็นเนียแกรม คน 9 แบบ : มองคนด้วยมุมใหม่ เปลี่ยนใจให้เป็นสุข
Enneagram Made Easy โดย เรนนี บารอน และอลิซาเบ็ท เวเกิล,
จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง


Download
จำนวนผู้เข้าชม 000236