บทความเกี่ยวกับนพลักษณ์



เรื่องอาชีพกับนพลักษณ์ : คนลักษณ์ใดควรทำอาชีพอะไร?

     นมัสการพระคุณเจ้า
               “ผมขอเรียนถามพระคุณเจ้าว่าคนแต่ละลักษณ์มีความถนัด ความสามารถ อย่างไรบ้างหรือเหมาะกับอาชีพอะไร คนลักษณ์ใดควรทำอาชีพอะไร หรือมีความถนัดที่น่าจะทำอาชีพอะไร อยากเรียนถามเรื่องอาชีพกับนพลักษณ์ครับ”
 
     พระอาจารย์สันติกโร ตอบ
               เรื่องอาชีพกับนพลักษณ์ ประเด็นที่ว่าลักษณ์มีส่วนกำหนดอาชีพหรือไม่ คิดว่า “ไม่” วิชาชีพใดเหมาะกับลักษณ์ใด ไม่บอกและบอกไม่ได้ อาตมาจะมองอย่างนี้ ยกตัวอย่างอาชีพครู ครูน่าจะมีทุกลักาณ์ สมมติว่าอย่างลักษณ์ ๑ ชอบสอนแต่แบบชี้ถูกชี้ผิด ถ้าครูทุกคนสอนแบบนี้นักเรียนเครียดหมด ถ้าครูแบบคน ๕ ก็จะหาข้อมูลแบบแห้งแล้ง ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา แต่ข้อมูลจะแม่นยำมาก และวิเคราะห์ชัด ๆ ก็มีประโยชน์หรือคน ๔ จะเห็นใจนักเรียน จะเห็นความพิเศษของดวงใจเด็กแต่ละคน เพราะจะเป็นลักษณะหนึ่งที่ดีมากของคน ๔ แต่ถ้าโรงเรียนมีแต่ครูลักษณ์ ๔ จะใช้เวลานั่งร้องไห้วันละชั่วโมง ๒ ชั่วโมง (หัวเราะ)
               ส่วนครูลักษณ์ ๘ มีลักษณะท้าทายเด็กให้เด็กกล้า แต่ถ้ามีแต่ครูลักษณ์ ๘ เด็กก็จะกลัวครูกัน เด็กหลายคนจะกลัวครู ถ้ามีครูลักษณ์ ๙ จะดีในการช่วยเด็กไกล่เกลี่ยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกเราพอเห็นภาพไหมว่าควรให้มีครูทุกแบบ ทุกลักษณ์ดีกว่า เพราะว่านักเรียนก็คงจะมีทุกแบบ และการมีครูหลายแบบก็จะหลากหลายกว่าเด็กจะได้เรียนรู้จากครูหลาย ๆ แบบ
อาชีพหมอก็เหมือนกัน อาตมามีเพื่อนเป็นลักษณ์ ๔ เขาเป็นหมอ ทำงานอยู่ห้องฉุกเฉิน เขาบอกว่าเมื่อคนถูกยิงเลือดเต็มไปหมดถูกหามเข้ามา เขารู้สึกสนุก ลักษณ์ ๔ มีลักษณะความบ้าบิ่นอยู่ด้วยเป็นลักษณะหนึ่งของคนลักษณ์ ๔ เขาก็เลยกล้าที่จะเข้าไปอยู่กับอวัยวะหัวใจ ปอด กระดูก ฯลฯ เขาไม่รู้สึกกลัวอะไร เข้าไปทำหน้าที่แต่ก็เห็นใจคนเจ็บด้วย แต่เขาบ้าบิ่นเกินไป การที่เขากล้านั้นเป็นสิ่งดี เขาทำเต็มที่ เพราะว่าต้องทำอะไรเร็ว
               แต่เขาบอกว่าบางเวลาเขาจะพลาด แต่เขามีเพื่อนหมอที่ทำงานคู่กัน เป็นเพื่อนลักษณ์ ๖ กลัวโน่นกลัวนี่ ระแวงไปหมด เขาบอกว่าเขากับเพื่อนทำงานเป็นคู่มีชื่อเสียงมาก คนที่น่าจะเสียชีวิตก็ไม่เสียชีวิตหลายราย เขาบอกว่าถ้าเขาทำงานคนเดียวบางรายอาจเสียชีวิตได้เพราะว่าเขาทำเกินไป ถ้าเพื่อทำคนเดียวเพื่อนเขาก็จะไม่กล้าและคนไข้ก็อาจเสียชีวิตได้เหมือนกัน แต่เขาอ้างว่าที่เขาทำงานพร้อมกันก็เอาความสามารถของแต่ละคนมาช่วยกัน ก็ช่วยชีวิตรอดหลายราย คิดว่าหมอมีทุกชนิดจะเป็นการดีและอาตมาคิดว่าทุกวิชาชีพน่าจะเป็นอย่างนี้
               แต่อาจจะมีประเด็นหนึ่ง หากพูดตามหลักการ ซึ่งเรื่องนี้จะขึ้นกับวัฒนธรรมด้วย ยกตัวอย่างคนลักษณ์ ๒ ที่ชอบช่วย ชอบให้ก็อาจจะมีอาชีพที่เน้นเรื่องบริการ แต่คนลักษณ์ ๒ ก็เป็นวิศวกรได้ เป็นนักบินได้ แต่ถ้าคนลักษณ์ ๒ มาเป็นวิศวกร นอกจากงานเป็นวิศวกรโดยตรงก็อาจต้องไปบริการเพื่อนด้วย เจ้านายด้วย คือนิสัยบริการ นิสัยชอบช่วยก็นำมาใช้ ถ้าหากไม่สามารถนำมาใช้กับงานโดยตรงก็จะใช้กับงานด้านอื่น ๆ
               บางทีงานคิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นลักษณ์ ๕ ก็ดี อาชีพที่เกี่ยวกับความรู้ ข้อมูล ทำบัญชีก็อาจจะมีลักษณ์ ๕ หลายคน แต่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นลักษณ์ ๕ จึงทำบัญชีได้ดี อย่างลักษณ์ ๑ จะตรวจอะไรแม่นยำมาก แต่ก็ช้ามากเพราะว่าต้องการให้สมบูรณ์มากเกินไป ในงานบางประเภทที่ต้องการเจ้านายที่กล้า “ลุย” กล้า “ทำ” บ่อยครั้งก็จะเป็นเจ้านายประเภทลักษณ์ ๘ หรือ ลักษณ์ ๓ ส่วนลักษณ์ ๙ ลักษณ์ ๖ โดยทั่วไปคนในลักษณ์เหล่านี้จะไม่ชอบงานประเภทที่ต้องเป็นเจ้านาย แต่ก็เป็นได้ อย่างฮิตเลอร์ก็เป็นลักษณ์ ๖ ฮิตเลอร์ก็ชอบเผด็จการ คน ๖ ก็เป็นได้ คือ มันไม่มีตายตัว ไม่สามารถบอกได้ว่าลักษณ์นี้ต้องเป็นอาชีพนี้
               นักวิทยาศาสตร์บางคนมีแรงจูงใจอยู่ที่ความสวยงามของชีวภาพ มีนักวิทยาศาสตร์บางคนตอนเด็กเขาไปเห็นดอกไม้ เห็นความงาม ความลึกซึ้ง เขารู้สึกรักมันมาก อาตมาอยากให้พวกเราเข้าใจประเด็นนี้ ความเป็นลักษณ์ ๔ เป็นแรงจูงใจให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ คือ อาชีพเป็นเรื่องภายนอก เป็นเปลือก นพลักษณ์จะสนใจด้านในของชีวิต สนใจที่แรงจูงใจมากกว่า เราจะมีอาชีพอะไรก็ได้แต่เราจะดำเนินชีวิต ทำมาหากินตามแรงจูงใจตามแบบของเรามากกว่า

Download
จำนวนผู้เข้าชม 000346