ลานกิจกรรม


คู่มือค่ายสร้างสุขปีสอง

Health@Camp 2

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ      

มูลนิธิโกมลคีมทอง 

 

“เตรียมตัวเล็กน้อยก่อนออกเดินทาง”

 

 

 

“ค่ายอาสา” ทำไมจึงชอบทำกันนักนะ?

 

        กิจกรรมออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในหมู่นักศึกษามายาวนานจนคล้ายว่าจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายของคนหนุ่มสาวในช่วงอายุหนึ่ง แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายในการออกค่ายที่ต่างกันไป อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมแต่อย่างใด บางคนทำค่ายเพราะอยากเดินทางท่องโลก อยากผจญภัย ต้องการชนะความกลัวของตัวเอง หรืออยากท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อนฝูง ฯลฯ มากมายล้านเหตุผล อย่างไรก็ตามไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเสน่ห์ของ “ค่ายอาสา” ก็ยังหอมหวานพอที่จะดึงดูดทั้งขาเก่า ขาใหม่ให้เข้าไปวนเวียนอยู่ด้วยเสมอมา เพราะอะไรที่ทำให้คนหนุ่มสาวถึงหลงใหลการทำค่าย และอะไรเป็นกลไกที่ช่วยให้กิจกรรม “ค่ายอาสา” ดำรงอยู่ได้อย่างข้ามยุคสมัยเช่นนี้ คำตอบที่เราพอจะคิดออกอาจไม่ชัดเจนนักและอาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลา สิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นแรงดึงดูดของงานค่ายอาสาคือ “การเป็นพื้นที่ที่คนหนุ่มสาวได้ปลดปล่อยจินตนาการของตนเองต่อสภาพความทุรกันดารของสังคมชนบทโดยมีผลพลอยได้ออกมาเป็นงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมชนบท” สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยแต่งแต้มความท้าทายให้แก่ชีวิตในวัยหนุ่มสาวให้โลดโผนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามหากได้มีโอกาสเรียนรู้จากกระบวนการค่ายอย่างลึกซึ้งแล้วคนทำค่ายอาจจะมีมุมมองหรือวิธีการมองโลกหรือมองชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างมีความใจกว้าง ยอมรับในความแตกต่าง และเป็นมิตรกับโลกมากขึ้นด้วย

        การทำค่ายหรือการไปค่ายอาจมีคุณค่าขนาดที่ว่าเปลี่ยนโลกของคนบางคนได้อย่างไม่มีวันเป็นแบบเดิมได้อีกหรือใช้ชีวิตด้วยสายตาแบบเดิมต่อไป แต่ขณะเดียวกันก็อาจไร้ซึ่งคุณค่าใดหากไม่ได้รับการใส่ใจหรือขบคิดเรียนรู้กับมันอย่างลึกซึ้งและอาจเป็นได้เพียงการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยเท่านั้น

 

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับทำค่ายอย่างสร้างสรรค์

 

กระบวนการที่ช่วยสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายในการทำค่ายกับฟูชุมชน

            การทำค่ายครั้งนี้ถือเป็นแบบฝึกหัดสำคัญสำหรับการทำงานเรื่องการพัฒนาชุมชนซึ่ง จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าสามารถตอบสนองความต้องการของ ชุมชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่รวมทั้งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้   หรือไม่ด้วยเช่นกัน ซึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นหมายถึงการที่ช่วยให้ชุมชนและชาวบ้านสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งตนเองและมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติไม่เบียดเบียนหรือทำลายสภาพแวดล้อม ดังนั้นกระบวนการในการทำค่ายจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในการช่วยเหลือรวมทั้งชุมชนจะได้รับประโยชน์ที่แท้จริงหรือไม่ โดยที่กระบวนการต่างๆ ในการทำค่ายก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละที่หากแต่ก็จะมีกระบวนการบางอย่างซึ่งเป็นรูปแบบที่ทุกคนเห็นร่วมกันว่าเมื่อดำเนินการแล้วค่อนข้างนำไปสู่ผลสำเร็จร่วมกันกับชุมชน  โดยมีรูปแบบดังต่อไปนี้

 

สำรวจพื้นที่ชุมชนอย่างละเอียด            การเตรียมสำรวจพื้นที่ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือโดยที่พิจารณาลักษณะทางกายภาพและข้อมูลพื้นฐานของชุมชนอย่างละเอียดและคลอบคลุมในทุกมิติ อาทิเช่นวิถีชีวิตชาวบ้าน จุดอ่อน จุดแข็งของชุมชน เป็นต้น เพื่อจะได้เห็นความต้องการและความจำเป็นของชุมชนอย่างแท้จริงและตรงเป้าหมายมากที่สุด

วางแผนการทำงานร่วมกับชุมชน การวางแผนงานการทำงานร่วมกับชุมชนโดยระดมความคิดเห็นจากชาวบ้านเพราะแผนงานควรจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและมีความเข้าใจร่วมกันรวมทั้งมีความเหมาะสมอย่างแท้จริงกับสภาพชุมชน

เตรียมความพร้อมให้กับผู้ที่จะปฏิบัติงานในพื้นที่          มีกระบวนการเตรียมความพร้อมของผู้ที่จะต้องลงไปทำงานในพื้นที่เพราะการทำงานในพื้นที่ที่แตกต่างด้วยสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชน  โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยประสบกับภาวะความสูญเสียอย่างรุนแรง เช่น ภัยพบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่อ่อนไหวเพราะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งทางกายภาพและสภาพจิตใจของผู้คนในชุมชน ฉะนั้นการทำความเข้าใจกับสภาพดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ใช่คนในท้องถิ่น อาทิ เรื่องวัฒนธรรม ศาสนาเป็นต้น เพราะการกระทำหรือพฤติกรรมบางอย่างของคนนอกพื้นที่อาจไปขัดแย้งหรือสร้างผลเสียแก่ชุมชนได้โดยที่อาจจะไม่รู้ตัว

ประสานงานร่วมกับผู้ที่ทำงานในพื้นที่    ควรมีการประสานงานกับผู้ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ อาทิเช่น นักพัฒนา ผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ หน่วยงานราชการท้องถิ่น เป็นต้น เพราะบุคคลเหล่านี้มีความคุ้นเคยกับพื้นที่หรือชุมชนมากกว่าซึ่งจะสามารถช่วยให้ข้อมูลหรืออำนวยความสะดวกในการเตรียมการทำค่ายได้ดีและพร้อมยิ่งขึ้น

กระตุ้นให้ชุมชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนา        พยายามค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของชาวบ้านและชุมชนเพื่อที่จะได้เป็นแกนนำในการพัฒนาชุมชนต่อไปเพราะการพัฒนาในระยะยาวนั้นจะต้องเป็นหน้าที่ของชุมชนในการสานต่อภารกิจดังกล่าวต่อไป

สร้างความสัมพันธ์ระหว่างค่ายและชุมชน         ควรมีการจัดกิจกรรมที่สร้างสานสัมพันธ์กับชุมชนรวมทั้งร่วมสนับสนุนการสืบสาน ฟื้นฟู ส่งเสริมวิชาการท้องถิ่นให้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป อาทิเช่น กีฬาสานสัมพันธ์  กิจกรรมส่งเสริมทักษะของเยาวชนในพื้นที่ จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ชุมชน เป็นต้น

ประเมินผลการทำงาน    ควรมีการประเมินผลการทำงานในทุกระยะเพื่อจะได้ทราบว่าควรมีการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน 

 

กระบวนการที่คิดว่าทำแล้วช่วยสนับสนุนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ขึ้นแก่อาสาสมัครหรือช่วยสร้างสิ่งที่เรียกว่า “จิตสำนึกสาธารณะ” เพิ่มมากขึ้น

 

          ความสำคัญของกระบวนการในการทำค่ายนอกจากจะต้องสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่  ชุมชนแล้วยังควรต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดแก่ผู้ปฏิบัติด้วยเพราะการทำงานอาสาสมัครนั้นเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงซึ่งจะช่วยให้เกิดการเติบโตทางความคิดและสติปัญญาของผู้ปฏิบัติรวมไปถึงเป้าหมายสูงสุดก็คือ การเกิดจิตสำนึกสาธารณะ ฉะนั้นกระบวนการที่ใช้ในการทำงานจึงสำคัญเป็นอย่างยิ่งและจากการรวบรวมสามารถสรุปได้ดังนี้

ใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านและชุมชน

การจัดที่พักให้อาศัยกับบ้านของชาวบ้านในชุมชนจะช่วยทำให้เกิดการเรียนรู้วิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นำสิ่งที่เรียนรู้และพบเห็นไปปรับใช้กับชีวิตตนเองได้ นอกจากนั้นการได้ใช้ชีวิตร่วมกันทำให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดเห็นซึ่งกันและกันและช่วยทำให้มองเห็นสภาพความเป็นจริงของชีวิตได้อย่างเข้าใจมากขึ้นทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย ดังนั้นการอยู่อาศัยร่วมกับชาวบ้านจึงถือเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่จะสนับสนุนให้เกิดจิตสำนึกสาธารณะ

เรียนรู้วิถีการประกอบอาชีพของชาวบ้านในท้องถิ่น

ร่วมเรียนรู้และลงมือปฏิบัติงานร่วมกับชาวบ้านโดยเฉพาะเรื่องการประกอบอาชีพซึ่งในแต่ละชุมชนก็อาจจะมีความคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันบ้างในบางลักษณะ โดยเฉพาะวิถีชีวิตของคนในชนบทจะค่อนข้างทำมาหาเลี้ยงชีพแบบพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก เช่น การทำประมง ฉะนั้นการได้ร่วมออกเรือหาปลากับชาวบ้านทำให้เห็นว่าการใช้ชีวิตแบบไม่ซับซ้อนเป็นอย่างไร ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ดียิ่งเพราะความไม่คุ้นเคยทำให้เรียนรู้ที่จะปรับตัวมากขึ้น

จัดกระบวนการสับเปลี่ยนหมุนเวียนภารกิจหน้าที่ของคนในค่าย

จัดการหมุนเวียนภารกิจหน้าที่ของคนในค่ายให้ทุกคนได้เรียนรู้ทุกงานอย่างทั่วถึงและโดยสลับสับเปลี่ยนกัน ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้ทุกคนมีโอกาสทดลองทำสิ่งใหม่ๆและรู้จักงานอย่างครบถ้วน นอกจากนั้นยังช่วยให้คนในค่ายได้ทำความรู้จักกันฉะนั้นกระบวนการดังกล่าวจึงช่วยสร้างความสัมพันธ์และการเรียนรู้ของคนในค่ายได้เป็นอย่างดี 

แลกเปลี่ยนและสนทนากับชุมชน

การจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับฝ่ายต่างๆที่อยู่ร่วมในชุมชน อาทิเช่น นิสิต นักศึกษา ชาวบ้าน NGOs เป็นต้น ในประเด็นเรื่องการพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชน สำหรับกระบวนการนี้ถือว่าเป็นการร่วมประเมินการทำงานซึ่งกันและกันจากแง่มุมต่างๆของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยทางนิสิต นักศึกษาก็มีโอกาสที่จะได้ฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไปหรือในอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นการเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากการทำงาน

          

[คู่มือค่ายสร้างสุขปี ๒] [ตัวอย่างเกมสนุก ๆ สำหรับกระบวนการเรียนรู้ในค่าย] [ลงชุมชนให้สนุก และได้เรียนรู้] [แบบสอบถามความคิดเห็นและประมวลข้อเรียนรู้]
จำนวนผู้เข้าชม 001597