มุมหนังสือ 

สมพร สมบูรณ์ศิริพันธุ์

 

                เดิมเคยรู้สึกว่าการทำความดี ไม่ว่าจะเป็น ช่วยคนแก่ข้ามถนน

                ลุกให้เด็กหรือคนท้องนั่ง หรือให้ทาน อะไรก็ตาม

                แม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเราสูงขึ้น

แต่…เปล่าเลย…

เมื่อไม่นานมานี้เอง มีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจ

การทำความดี แม้เพียงเล็กน้อย

                ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองติดดินมากขึ้นต่างหาก

หรือตัวเราเล็กลงนั่นเอง (ตัวตน)

จริงๆ แล้ว…

อัตตาเป็นสิ่งที่ต้องหมั่นกะเทาะอยู่บ่อยๆ

แม้เพียงเล็กน้อย แต่วันละนิด

เพื่อหัวใจที่เป็นคนเต็มคน…นั่นเอง

                            หนังสือในลำดับการจัดพิมพ์ต่อไปมีดังนี้

เมฆบ้า :

เซนนอกรีต ขบถ และนักปฏิรูป

(Crazy Cloud)

เขียนโดย เพิร์ล เบสเซอร์แมน และแมนเฟรด สเตเกอร์

แปลโดย ภัททา จิตเกษม

“เซน” เป็นอีกหนึ่งวิถีทางในการเข้าถึงธรรมชาติดั้งเดิมแห่งจิตด้วยวิธีการอันเฉพาะ ซึ่งมีทั้งการเพ่งบทโกอัน การนั่งซาเซน และการสนทนาโต้ตอบระหว่างอาจารย์กับศิษย์ เล่มนี้ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่นำเสนอแง่มุมเกี่ยวกับเซนนอกกระแสผ่านมาปรมาจารย์นอกรีต ผู้มุ่งปฏิรูปพุทธศาสนาเซนซึ่งเป็นแบบแผนประเพณีมาช้านานอาจารย์เซน ไม่ว่าจะเป็นบัสซุย อิคคิว บันเกอิ หรือรินไซ ล้วนเป็นผู้แหกกรอบความคิดเก่าและสร้างอิสระให้แก่การปฏิบัติ เป็นอาจารย์นอกรูปแบบผู้เปิดทางให้แก่ฆราวาสผู้หญิง

ท่ามกลางความโกลาหลของระบอบการปกครองแบบโชกุนสมัยต่างๆ ชีวิตของอาจารย์เซนเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นและตัดกับกระบวนการทางศาสนาหลายอย่างจากจุดที่มันถือกำเนิดมาและแพร่ออกไป

 

ตลาด ลัทธิใหม่ของศาสนา

เดวิด ลอย บรรยาย

พระชัยยศ ยโสธโร บรรณาธิการเรียบเรียงและแปล

                ในมุมมองของเดวิด ลอย ซึ่งเป็นนักวิชาการ มองว่าเศรษฐศาสตร์ในปัจจุบันมีบทบาทคล้ายศาสนาอย่างหนึ่ง เนื่องจากศาสนาทุกวันนี้ทำหน้าที่สอนศีลธรรมหรือมีวิธีการคิดในการต่อสู้กับกระแสทุนนิยมได้น้อยลง เศรษฐศาสตร์ในฐานะกระแสหลักจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ด้วยการสร้างวงจรการผลิตและบริโภค และสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ซื้อว่าสิ่งนี้จะทำให้มนุษย์หลุดพ้นได้ ทำให้มีความสุขได้ (ซึ่งบทบาทของศาสนาในการกล่อมเกลาจิตใจตรงนี้มีน้อยลง) การตลาดกำลังล้างสมองคนและทำให้พวกเขาหันมาเข้ารีตในกระแสบริโภคนิยม ทำให้คนเชื่อในการบริโภค เชื่อในคำโฆษณา เชื่อในคุณค่าจอมปลอมที่ได้จากการซื้อสินค้าต่างๆ หรือการหาเงินเป็นกอบเป็นกำ ศาสนาเช่นนี้ได้สร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาลแก่กลุ่มธุรกิจเพียงบางกลุ่มเท่านั้นและเป็นผลประโยชน์ที่ไม่ได้ตกถึงคนชั้นล่าง ผลประโยชน์เหล่านี้มีแต่จะสร้างความหายนะแก่โลก ด้วยการเผาพลาญทำลายทรัพยากรที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบ ทุกสิ่งถูกแปรเป็นสินค้า ธรรมชาติถูกดูดกลืนเพื่อแลกกับความร่ำรวยของคนจำนวนเพียงหยิบมือ

                แนวคิดที่ได้จากการสนทนากับเดวิด ลอย ในเล่มนี้ให้ภาพเชื่อมโยงวิธีคิดเชิงธุรกิจของกลุ่มทุน (ซึ่งมาในรูปของศาสนา) ได้อย่างที่ทำให้เราต้องหันมาทบทวนวิถีการบริโภคที่เป็นอยู่กันได้เลยทีเดียว!

 

แนะนำหนังสือนอกบ้าน…

                วารสาร เสขิยธรรม เป็นหนังสือเล่มบางราย ๓ เดือนที่อัดแน่นด้วยสารพันสาระความรู้เกี่ยวกัยพุทธศาสนาและความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในสังคมของบรรพชิตและคฤหัสถ์ ฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องราว “ธรรมยาตรา…รักษาลำน้ำโขง” (ฉบับเมษายน – มิถุนายน ๒๕๔๗) พบกับ “ไปด้วยธรรม…ธรรมยาตรา” และ “รู้จักแม่น้ำโขง” ในคอลัมน์บทความหลัก “คำร้องขอจากผู้ใกล้ตาย” ในคอลัมน์ชีวิตกับความตาย และบทความน่าสนใจอื่นอีกมากมายอย่าง “อิทัปปัจจยตา : ความเป็นกลางแห่งการเข้าถึงความจริง ความงามและความดี” ในหัวข้อ ๑๐๐ ปี พุทธทาส ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ปีละ ๒๐๐ บาท / ๔ ฉบับ ติดต่อได้ที่กลุ่มเสขิยธรรม โทร. - ๒๘๖๓ - ๑๑๑๘ หรือ ๐ - ๖๗๕๗ - ๕๑๕๖ หรือสั่งซื้อได้ในราคาเล่มละ ๗๐ บาท

 

                ปาจารยสาร (ฉบับ มีนาคม – มิถุนายน ๒๕๔๗) เป็นอีกหนึ่งวารสารนอกกระแสที่นำเสนอเรื่องราวดีๆ เชิงวิพากษ์สังคม เริ่มต้นด้วย “ข่าวเด่นที่ไม่เป็นข่าวประจำปี ๒๕๔๖” แปลโดยคุณภัควดี ในคอลัมน์จับกระแส “ผู้หญิง ทางเลือกต่อความรุนแรง” และ “ทุสีลารัฐาธิปไตย” ในคอลัมน์เรื่องเด่นและสรรสาระด้วยบทความ “ประวัติศาสตร์ความพร่อง” โดยเดวิด อาร์ ลอย แปลโดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ อีกทั้งเรื่องราวน่าสนใจอย่าง “การแต่งงานของฉันกับเชอเกียม ตรุงปะ” เขียนโดย ไดอาน่า จูดิธ มัคโป สำหรับผู้สนใจงานทางความคิดและชีวิตของเชอเกียม

                สำหรับผู้สนใจ บอกรับสมาชิกได้ที่ ปาจารยสาร ๖๖๖ ถ.เจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ โทร.– ๒๔๓๘ - ๙๓๓๑, - ๒๘๖๐ -  ๓๕๒๗ หรือซื้อได้ในราคาเล่มละ ๘๐ บาท

 

ความเรียบง่ายไร้กาลเวลา (Timeless Simplicity)

การมีชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในสังคมบริโภค

จอห์น เลน เขียน, สดใส ขันติวรพงศ์ แปล

ราคา ๑๘๐ บาท

                เป็นหนังสือที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายและเต็มใจ ท่ามกลางยุคสมัยการครอบงำของวัฒนธรรมบริโภคนิยมที่นำไปสู่นิยมบริโภค ทั้งเป็นกุญแจทางความคิดที่จะไขประตูเปิดสู่โลกของความเป็นสุขอย่างเต็มใจและไร้กาลเวลา กุญแจทางความคิดดอกนี้จะให้คำตอบกับคุณได้ ทั้งในแง่ความเรียบง่ายแบบหลากหลายและความเรียบง่ายที่เป็นลักษณะเฉพาะของการใช้ชีวิตอย่างสุขและสงบ ทั้งยังกล่าวถึงการแปลกแยกของมนุษย์ ตั้งแต่ออกจากบ้านและชุมชนไปสู่ภาคการผลิตและผลกระทบทางสังคมต่างๆ ที่มีต่อมนุษย์และโลก

               

กลยุทธ์การสมานไมตรีเพื่อบรรลุสันติร่วมกัน

[Getting to Peace]

วิลเลียม ยูรี เขียน, เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว แปล ราคา ๒๕๐ บาท

                หนังสือใหม่ล่าสุดเล่มนี้เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านได้อย่างน่าประหลาด เขาถามอย่างซื่อตรงว่า คุณยอมรับการใช้กำลังหรือยอมรับที่จะใช้การเจรจาไกล่เกลี่ย เขาชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์เป็นได้ทั้งคู่ขัดแย้งและเป็นได้ทั้งผู้ไกล่เกลี่ย หรือผู้สมานไมตรี (หรือฝ่ายที่สาม) การถูกหล่อหลอมให้หลีกเลี่ยงปัญหานั้น เขามองว่าไม่ใช่วิสัยที่สมเหตุสมผลอย่างแท้จริงของมนุษย์

                ชาวเผ่าบุชแมนหรือชาวเซไมที่ห่างไกลความเจริญก็มีวิธีการแก้ไขปัญหาได้โดยปราศจากองค์ความรู้ที่เป็นทางการและไม่มุ่งใช้กลไกการลงโทษโดยปราศจากความเข้าใจ แต่ในสังคมเมืองนั้นความขัดแย้งหรือปัญหาย่อมมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ในครอบครัว ที่โรงเรียนหรือเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันด้วย ดังนั้นวิธีการแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสมควรเป็นอย่างไร การแสวงหาจุดร่วมการสงวนจุดต่างควรจะเป็นอย่างไร หนังสือเล่มนี้ให้คำตอบกับคุณได้ พร้อมกันนี้เขายังชี้ให้เห็นว่าสันติภาพนั้นเริ่มต้นที่ตัวคุณและจะแผ่ขยายไปเรื่อยๆ

 

[เปิดประเด็น] [เล่าสู่กันฟัง] [ฝากคำ] [มุมหนังสือ] [บทความจร] [คมความคิด] [ขอเชิญร่วมทำบุญกับโครงการ “มอบหนังสือดีสู่ห้องสมุด”]
จำนวนผู้เข้าชม 002641